Latest Comments

ไม่มีความเห็นที่จะแสดง

ในโลกของรถยนต์ “รถหรู” ไม่ใช่แค่พาหนะที่พาเราไปถึงจุดหมาย แต่มันสะท้อนถึงรสนิยมและความสำเร็จของเจ้าของ การเลือกซื้อรถหรูจึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจในรายละเอียด ทั้งในเรื่องยี่ห้อ รุ่น ราคา รวมถึงฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์การใช้งาน ในปี 2567 – 2568 นี้ ตลาดรถหรูมีการเปิดตัวรุ่นใหม่มากมายที่ผสานความล้ำสมัยและความหรูหราได้อย่างลงตัว ถ้าคุณกำลังมองหารถหรูและลังเลว่าจะเลือกยี่ห้อไหนดี เราได้รวบรวมตัวเลือกยอดนิยมที่คุ้มค่าและน่าสนใจที่สุดมาให้พิจารณา พร้อมแนะนำ สินเชื่อ รีไฟแนนซ์ รถยนต์ สำหรับเป็นตัวช่วยด้านรถยนต์

 

7รถหรูยี่ห้อที่น่าใช้ในปี 2567 – 2568

1. Mercedes-Benz

รุ่นเด่นในปี 2567 – 2568
  1. Mercedes-Benz C-Class (W206)
    • ราคาเริ่มต้น: 2.8 ล้านบาท
    • จุดเด่น: ซีดานหรูขนาดกลาง ดีไซน์โฉบเฉี่ยวภายนอกและห้องโดยสารสุดล้ำ พร้อมระบบ MBUX รุ่นใหม่ล่าสุดที่ใช้งานง่ายและชาญฉลาด
  2. Mercedes-Benz GLE 350de Plug-in Hybrid
    • ราคาเริ่มต้น: 5 ล้านบาท
    • จุดเด่น: เอสยูวีหรูที่มาพร้อมระบบ Plug-in Hybrid ประหยัดพลังงาน ขับสบายทั้งในเมืองและการเดินทางไกล
เหมาะกับใคร?

คนที่ชอบความลงตัวระหว่างดีไซน์ที่เรียบหรูและเทคโนโลยีสุดล้ำ Mercedes-Benz ยังคงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้ที่ต้องการประสบการณ์การขับขี่ที่พรีเมียม

 

2. BMW

รุ่นเด่นในปี 2567 – 2568
  1. BMW 5 Series (G60)
    • ราคาเริ่มต้น: 3.7 ล้านบาท
    • จุดเด่น: ซีดานขนาดกลางที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน เครื่องยนต์แรงและประหยัดพลังงาน รวมถึงระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ
  2. BMW X7 xDrive40i
    • ราคาเริ่มต้น: 6.5 ล้านบาท
    • จุดเด่น: เอสยูวีไซส์ใหญ่ ดีไซน์โดดเด่น ระบบความปลอดภัยครบครัน รองรับผู้โดยสารได้ถึง 7 ที่นั่ง
เหมาะกับใคร?

BMW เหมาะกับคนที่ชื่นชอบการขับขี่แบบสปอร์ต เน้นสมรรถนะสูง และต้องการรถที่มาพร้อมฟีเจอร์ล้ำสมัย

 

3. Lexus

รุ่นเด่นในปี 2567 – 2568
  1. Lexus RX 500h F Sport
    • ราคาเริ่มต้น: 5.3 ล้านบาท
    • จุดเด่น: เอสยูวีหรูที่มาพร้อมระบบไฮบริด สมรรถนะดีเยี่ยม และห้องโดยสารที่เงียบสงบ พร้อมวัสดุระดับพรีเมียม
  2. Lexus ES 300h
    • ราคาเริ่มต้น: 3.6 ล้านบาท
    • จุดเด่น: ซีดานที่เน้นความสะดวกสบายและความหรูหราในทุกมิติ ขับนุ่ม เงียบ และประหยัดน้ำมัน
เหมาะกับใคร?

คนที่มองหาความหรูหราที่ผสมผสานกับความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม Lexus คือคำตอบที่ลงตัว

 

4. Audi

รุ่นเด่นในปี 2567 – 2568
  1. Audi Q8 e-tron
    • ราคาเริ่มต้น: 5 ล้านบาท
    • จุดเด่น: เอสยูวีไฟฟ้าที่มาพร้อมดีไซน์ล้ำสมัย สมรรถนะสูง และรองรับการเดินทางระยะไกลด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่
  2. Audi A8 L
    • ราคาเริ่มต้น: 8 ล้านบาท
    • จุดเด่น: ซีดานหรูขนาดใหญ่ ดีไซน์โดดเด่น ระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติ ห้องโดยสารที่เปี่ยมไปด้วยความสะดวกสบาย
เหมาะกับใคร?

คนที่มองหาความแตกต่างและเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า Audi มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร

 

5. Tesla

รุ่นเด่นในปี 2567 – 2568
  1. Tesla Model 3
    • ราคาเริ่มต้น: 1.7 ล้านบาท
    • จุดเด่น: รถไฟฟ้าขนาดกลางที่ประหยัดพลังงาน เร่งความเร็วได้ดีเยี่ยม และมีระบบ Autopilot ที่ช่วยขับขี่
  2. Tesla Model X
    • ราคาเริ่มต้น: 6.5 ล้านบาท
    • จุดเด่น: เอสยูวีไฟฟ้าสมรรถนะสูง พร้อมประตู Falcon Wing อันโดดเด่น รองรับการใช้งานครอบครัว
เหมาะกับใคร?

คนที่มองหารถไฟฟ้าสุดล้ำ Tesla เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งความประหยัดและเทคโนโลยี

 

6. Porsche

รุ่นเด่นในปี 2567 – 2568
  1. Porsche Taycan Cross Turismo
    • ราคาเริ่มต้น: 6.9 ล้านบาท
    • จุดเด่น: รถสปอร์ตไฟฟ้าที่มาพร้อมดีไซน์สวยงามและสมรรถนะที่แรงเหนือชั้น
  2. Porsche Macan
    • ราคาเริ่มต้น: 4.9 ล้านบาท
    • จุดเด่น: เอสยูวีขนาดกลางที่มอบความคล่องตัวและความสะดวกสบายในการเดินทาง
เหมาะกับใคร?

คนที่รักในความเร็วและดีไซน์ที่โดดเด่น Porsche คือคำตอบสำหรับคนที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ

 

7. Rolls-Royce

รุ่นเด่นในปี 2567 – 2568
  1. Rolls-Royce Ghost
    • ราคาเริ่มต้น: 30 ล้านบาท
    • จุดเด่น: ซีดานสุดหรูที่มาพร้อมวัสดุระดับพรีเมียม การประกอบด้วยมือ และความสง่างามในทุกมุมมอง
  2. Rolls-Royce Cullinan
    • ราคาเริ่มต้น: 35 ล้านบาท
    • จุดเด่น: เอสยูวีหรูที่เหมาะกับผู้บริหารหรือคนที่ต้องการความเป็นส่วนตัว
เหมาะกับใคร?

คนที่ต้องการรถระดับไฮเอนด์ที่สะท้อนถึงความสำเร็จและความหรูหรา Rolls-Royce คือสัญลักษณ์ของความภูมิฐาน

 

คำแนะนำในการเลือกซื้อรถหรู

  1. กำหนดงบประมาณ – คำนึงถึงค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เช่น ค่าประกัน และค่าบำรุงรักษา
  2. ทดลองขับ – เลือกรถที่ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์และการขับขี่
  3. ตรวจสอบบริการหลังการขาย – เลือกแบรนด์ที่มีศูนย์บริการที่ใกล้บ้านและบริการที่ครอบคลุม

 

สินเชื่อ รีไฟแนนซ์ รถยนต์ ทางเลือกที่ช่วยลดภาระการผ่อน

สินเชื่อ รีไฟแนนซ์ รถยนต์ เป็นตัวช่วยสำหรับผู้ที่ต้องการลดค่างวดรายเดือน หรือเปลี่ยนเงื่อนไขการผ่อนให้เหมาะสมกับสภาพการเงินในปัจจุบัน โดยการรีไฟแนนซ์คือการยื่นขอสินเชื่อใหม่จากสถาบันการเงิน หรือ บริษัทสินเชื่อรถ เพื่อชำระหนี้สินเชื่อเดิม แล้วผ่อนชำระกับผู้ให้กู้รายใหม่แทน

ข้อดีของการใช้ สินเชื่อ รีไฟแนนซ์ รถยนต์

  1. ลดดอกเบี้ย – สามารถเลือกสินเชื่อที่มีอัตราดอกเบี้ยต่ำกว่าของเดิม ช่วยประหยัดเงินในระยะยาว
  2. ลดค่างวดต่อเดือน – เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผ่อนชำระน้อยลงต่อเดือน ด้วยการขยายระยะเวลาผ่อน
  3. รับเงินส่วนต่าง – ในบางกรณีที่รถมีมูลค่ามากกว่ายอดหนี้คงเหลือ คุณอาจได้รับเงินส่วนต่างกลับมา

เงื่อนไขเบื้องต้น

  • รถต้องปลอดภาระหรือต้องมีการประเมินมูลค่าที่เหมาะสม
  • เจ้าของรถต้องมีประวัติการเงินที่ดี

ข้อควรระวัง

  • การขยายระยะเวลาผ่อนอาจทำให้ยอดดอกเบี้ยรวมสูงขึ้น
  • ต้องคำนึงถึงค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าประเมินรถ และค่าธรรมเนียมการรีไฟแนนซ์

คำแนะนำของ สินเชื่อ รีไฟแนนซ์ รถยนต์
หากคุณสนใจรีไฟแนนซ์รถยนต์ หรือ สินเชื่อรถยนต์ มือสอง ควรเปรียบเทียบข้อเสนอจากหลายสถาบันการเงิน เพื่อให้ได้เงื่อนไขที่ดีที่สุด และอย่าลืมวางแผนการเงินให้สอดคล้องกับภาระในอนาคต

 

การเลือกรถหรูในปี 2567 – 2568 ขึ้นอยู่กับสไตล์และงบประมาณของแต่ละคน แต่ไม่ว่าคุณจะเลือกแบรนด์ไหน สิ่งสำคัญคือการเลือกที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์และความต้องการของตัวคุณเอง

 

อ่านบทความเกี่ยวกับสินเชื่อรถยนต์ได้ ที่นี่

ข้อมูลเว็บสินเชื่อรถยนต์จากธนาคารแห่งประเทศไทย

CATEGORIES

Blog

No responses yet

    ใส่ความเห็น

    อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *